เทรนด์พื้นที่ทำงานปี 2569 : เมื่อออฟฟิศกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กร

เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่องค์กรไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป คือบทบาทของพื้นที่ทำงาน

ออฟฟิศในวันนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรองรับการทำงานในแต่ละวัน แต่ต้องพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทั้งด้านเทคโนโลยี วิธีการทำงาน และพฤติกรรมของคนทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ทำงานจึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของคน ประสบการณ์การทำงาน และทิศทางขององค์กรอย่างยั่งยืน

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 คำถามสำคัญที่หลายองค์กรกำลังเผชิญคือ พื้นที่ทำงานควรถูกออกแบบอย่างไร เพื่อรองรับอนาคตที่ไม่หยุดนิ่ง และสามารถปรับตัวได้ทันต่อบริบทการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

Cove room9 2 Interactive LightMix (1)

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโซลูชันพื้นที่ทำงาน ร้อกเวิธได้ทำงานร่วมกับองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม เราไม่ได้เริ่มต้นจากเฟอร์นิเจอร์หรือการจัดวางพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เราเริ่มจากการทำความเข้าใจ “วิธีการทำงานจริง” ของคนในแต่ละองค์กร เพื่อออกแบบพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้จริง และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในระยะยาว 

จากประสบการณ์ดังกล่าว ร้อกเวิธ มองเห็น 5 เทรนด์พื้นที่ทำงานปี 2569  ซึ่งไม่ใช่เพียงกระแสระยะสั้น แต่เป็นทิศทางสำคัญที่นักออกแบบ องค์กร และผู้บริหารควรนำไปใช้เป็นแนวคิดในการวางแผนและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ หากต้องการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน


1. การออกแบบพื้นที่ทำงานที่ยึด “ผู้คน” และ “ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี” เป็นศูนย์กลาง

หากย้อนกลับไปในอดีต การออกแบบออฟฟิศมักเริ่มจากภาพลักษณ์ ความสวยงาม หรือจำนวนพนักงาน แต่ในปี 2569 จุดเริ่มต้นของการออกแบบพื้นที่ทำงานจะต้องเริ่มจาก “คน” อย่างแท้จริง

การออกแบบพื้นที่โดยยึด “คน” เป็นศูนย์กลาง แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับทั้งวิธีการทำงาน ความต้องการ และข้อจำกัดที่ส่งผลต่อการทำงาน รวมถึงให้ความสำคัญกับสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป

สิ่งที่เราเห็นชัดขึ้นในพื้นที่ทำงานยุคใหม่ ได้แก่

  • เฟอร์นิเจอร์ที่รองรับหลักสรีรศาสตร์ ลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรม
  • การจัดแสง เสียง และอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการทำงานตลอดวัน
  • การนำธรรมชาติ (Biophilic design) เข้ามาสร้างสมดุลในพื้นที่ทำงาน
  • พื้นที่พักผ่อนหรือโซนที่ช่วยให้พนักงานได้หยุดพักและเติมพลังระหว่างวัน

สำหรับร้อกเวิธ มองว่าพื้นที่ทำงานที่ดีควรถูกออกแบบให้สอดคล้องกับคนทำงาน เมื่อพนักงานรู้สึกสบาย มีความสุข มีสมาธิ และมีพลังในการทำงาน สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนออกมาเป็นประสิทธิภาพการทำงาน ความต่อเนื่องของงาน และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้

1

2. พื้นที่ทำงานที่เชื่อมต่อกับปัญญาประดิษฐ์ และระบบการทำงานอัจฉริยะ

ในปี 2026 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือเสริมในการทำงาน แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของออฟฟิศยุคใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในซอฟต์แวร์หรือระบบหลังบ้านอีกต่อไป แต่ยังเชื่อมโยงเข้ากับพื้นที่ทำงาน และประสบการณ์การทำงานของผู้ใช้งานโดยตรง

เราเริ่มเห็นการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาเชื่อมโยงกับพื้นที่ทำงานในหลายมิติ เช่น

  • เฟอร์นิเจอร์และพื้นที่ทำงานอัจฉริยะ ที่ปรับการใช้งานให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน
  • ห้องประชุมอัจฉริยะ ที่ช่วยจัดการการประชุม ตั้งแต่การจองห้อง การตั้งค่าระบบ ไปจนถึงการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ระบบบริหารจัดการพื้นที่สำนักงาน ที่ใช้ข้อมูลจริงในการวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบพื้นที่ให้รองรับเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ตั้งแต่ต้น ทั้งในด้านโครงสร้าง การเชื่อมต่อ และประสบการณ์การใช้งาน เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ ทำงานร่วมกับพื้นที่ได้อย่างราบรื่น ไม่ซับซ้อน และไม่กลายเป็นภาระของผู้ใช้งาน

2

3. พื้นที่ทำงานที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ

การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่ทำงาน ให้สามารถรองรับการทำงานได้หลากหลายรูปแบบในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในออฟฟิศ การทำงานแบบผสมผสาน หรือการทำงานนอกสถานที่ตามลักษณะของงานและทีม 

หัวใจสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ลดข้อจำกัดด้านสถานที่ และทำให้การสื่อสาร การประสานงาน และการตัดสินใจเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าคนทำงานจะอยู่ที่ใดก็ตาม

องค์ประกอบหลักประกอบไปด้วย

  • ระบบเทคโนโลยีและโครงสร้างการเชื่อมต่อที่เสถียรและปลอดภัย สนับสนุนการทำงาน การสื่อสาร และการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง 
  • พื้นที่ประชุมและพื้นที่ทำงานร่วมกันที่ออกแบบจากพฤติกรรมการสื่อสารของทีม รองรับทั้งการพูดคุยแบบทางการและไม่เป็นทางการ การทำงานกลุ่ม และการประชุมที่ต้องการสมาธิ โดยไม่ผูกติดกับรูปแบบการใช้งานเพียงแบบเดียว
  • พื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท รองรับกิจกรรม วิธีการทำงาน และขนาดของทีมที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของพื้นที่                                                           

เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ พื้นที่ทำงานจะก้าวข้ามบทบาทของการรองรับกิจกรรมในแต่ละวัน ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงผู้คน ลดข้อจำกัดด้านสถานที่ และสร้างประสบการณ์การทำงานที่ลื่นไหล

ที่สำคัญ แนวคิดนี้ช่วยให้องค์กรปรับตัวได้อย่างคล่องตัว เมื่อรูปแบบการทำงานหรือทิศทางธุรกิจเปลี่ยนไป พื้นที่สามารถต่อยอดและใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องปรับใหม่ทั้งหมด

3

4. พื้นที่ทำงานที่สะท้อนตัวตนและค่านิยมขององค์กร

ในปี 2569 พื้นที่ทำงานจะกลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อน อัตลักษณ์ขององค์กร อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่านิยม วัฒนธรรม หรือแนวทางการดำเนินธุรกิจ ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการออกแบบพื้นที่และประสบการณ์การใช้งาน

แนวคิดนี้เป็นการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ความใส่ใจต่อความยั่งยืน พื้นที่จึงทำหน้าที่เป็นภาพสะท้อนของสิ่งที่องค์กรเชื่อและยึดถือ ไม่ว่าจะเป็น

  • สร้างประสบการณ์การทำงานที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์และแนวคิดขององค์กร
  • เสริมความภาคภูมิใจและความผูกพันของพนักงาน
  • ถ่ายทอดเรื่องราวตัวตน และคุณค่าขององค์กรไปยังลูกค้าและผู้มาเยือน

การออกแบบในลักษณะนี้ ไม่ได้เริ่มจากสไตล์หรือเทรนด์ แต่เริ่มจากคำถามสำคัญว่า องค์กรต้องการให้คนรู้สึกอย่างไรเมื่อก้าวเข้ามาในพื้นที่ทำงานแห่งนี้ ในยุคที่การแข่งขันด้านบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรมีบทบาทสำคัญมากขึ้น พื้นที่ทำงานจึงไม่ใช่เพียงต้นทุน แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สื่อสารตัวตนและวิสัยทัศน์ขององค์กรได้อย่างชัดเจน

4

5. พื้นที่ทำงานที่พนักงานเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร

ในปี 2569 วัฒนธรรมการทำงานไม่ได้ถูกขับเคลื่อนจากนโยบายหรือโครงสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพลัง ความคิดริเริ่ม และการมีส่วนร่วมของพนักงานในทุกระดับ

แนวคิดนี้มองว่าพนักงานไม่ใช่เพียงผู้ปฏิบัติตาม แต่เป็นผู้มีบทบาทในการกำหนดทิศทางขององค์กร ผ่านการตั้งเป้าหมาย การพัฒนาตนเอง และการผลักดันให้เกิดผลงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในบริบทของพื้นที่ทำงาน พื้นที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม พื้นที่ที่ออกแบบให้พนักงานสามารถเลือกวิธีใช้งาน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน และทำงานร่วมกันได้อย่างคล่องตัว จะช่วยเสริมความรู้สึกเป็นเจ้าของ และเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมกับการทำงานในแบบที่เหมาะกับหน้าที่ของตัวเอง

5


พื้นที่ทำงานในปี 2569 เป็นมากกว่าพื้นที่ แต่คือกลยุทธ์ขององค์กร

เมื่อมองภาพรวม จะเห็นได้ชัดว่าพื้นที่ทำงานในปี 2569 ไม่ได้ถูกวัดจากความสวยงามหรือการออกแบบที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ถูกวัดจากความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านคน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่หยุดนิ่ง

ร้อกเวิธ มองว่าการวางแผนและออกแบบพื้นที่ทำงาน คือกระบวนการวางรากฐานให้กับองค์กร เราทำงานบนความเข้าใจเชิงลึก ทั้งในมิติของธุรกิจ ผู้ใช้งาน และทิศทางการทำงานในอนาคต เพื่อพัฒนาโซลูชันพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

หากองค์กรของคุณกำลังอยู่ในช่วงวางแผน ปรับปรุง หรือพัฒนาพื้นที่ทำงานใหม่ นี่คือจังหวะสำคัญในการกลับมาทบทวนบทบาทของพื้นที่ทำงานอีกครั้ง 

📩 ติดต่อเราเพื่อปรึกษาโซลูชันพื้นที่ทำงาน และวางแผนแนวทางที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรของคุณได้อย่างยั่งยืน

ติดต่อร้อกเวิธ:

📱 Facebook: Rockworth

📲 LINE Official: @rockworth

📑 LinkedIn: Rockworth Thailand