รีโนเวทออฟฟิศ เริ่มอย่างไร? เปลี่ยนพื้นที่เดิมให้ตอบโจทย์การทำงานมากกว่าเดิม

รีโนเวทออฟฟิศ

รูปแบบการทำงานของหลายองค์กรเปลี่ยนไปจากเดิม พนักงานไม่ได้ใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่โต๊ะทำงานเพียงรูปแบบเดียว แต่มีทั้งการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Work) การประชุมออนไลน์ การทำงานร่วมกันระหว่างทีม และงานที่ต้องการสมาธิ พื้นที่สำนักงานจึงต้องรองรับกิจกรรมและความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น

หลายองค์กรจึงเริ่มกลับมาทบทวนว่าพื้นที่เดิมยังเหมาะกับวิธีการทำงานในปัจจุบันหรือไม่ และการรีโนเวทออฟฟิศ เป็นโอกาสในการปรับพื้นที่ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ตั้งแต่การจัดสัดส่วนพื้นที่โต๊ะทำงาน ห้องประชุม พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์

ก่อนเริ่มรีโนเวท สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกสไตล์ของออฟฟิศใหม่เป็นอันดับแรก แต่คือการทำความเข้าใจว่า พื้นที่เดิมมีข้อจำกัดอะไร คนในองค์กรทำงานอย่างไร และพื้นที่แบบไหนที่จะรองรับการทำงานเหล่านั้นได้ดีขึ้น

Key Takeway

  • การรีโนเวทออฟฟิศควรเริ่มจากการสำรวจปัญหาของพื้นที่เดิมและพฤติกรรมการใช้งานจริง ก่อนเลือกสไตล์หรือออกแบบพื้นที่ใหม่ เพื่อให้การปรับพื้นที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด
  • การรีโนเวทออฟฟิศไม่จำเป็นต้องรื้อหรือเปลี่ยนทุกอย่าง เฟอร์นิเจอร์เดิมที่ยังเหมาะกับการใช้งานสามารถนำกลับมาใช้ต่อ รวมถึงพิจารณาการซ่อมแซม ปรับปรุง (Refurbishment) ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนใหม่
  • หากองค์กรยังต้องใช้ออฟฟิศระหว่างรีโนเวท ควรวางแผนแบ่งการปรับพื้นที่เป็นระยะ พร้อมกำหนดพื้นที่ทำงานชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินงาน

สารบัญบทความ

เมื่อไรที่องค์กรควรเริ่มคิดเรื่องรีโนเวทออฟฟิศ?

เมื่อไรที่องค์กรควรเริ่มคิดเรื่องรีโนเวทออฟฟิศ?

ไม่จำเป็นต้องรอให้ออฟฟิศเก่าหรือทรุดโทรมจึงค่อยรีโนเวท เพราะหลายครั้งเหตุผลที่ทำให้พื้นที่ต้องเปลี่ยนไม่ได้มาจากอายุของอาคาร แต่มาจากองค์กร จำนวนคน และวิธีการทำงานที่เปลี่ยนไป

หากเริ่มพบปัญหาเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องกลับมาทบทวนพื้นที่ทำงานอีกครั้ง

  • จำนวนพนักงานไม่สัมพันธ์กับพื้นที่เดิม ทั้งกรณีทีมขยายจนพื้นที่แน่น หรือมีพื้นที่ว่างจำนวนมากจากรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป
  • ห้องประชุมไม่เพียงพอหรือมีขนาดไม่ตรงกับการใช้งาน เช่น มีแต่ห้องประชุมขนาดใหญ่ ขณะที่กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการพูดคุย 2–4 คน
  • พื้นที่บางส่วนแทบไม่มีคนใช้งาน ขณะที่บางบริเวณถูกใช้งานหนาแน่นตลอดทั้งวัน 
  • รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป เช่น มีการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Work) การประชุมออนไลน์ หรือการทำงานร่วมกันระหว่างทีมมากขึ้น
  • ออฟฟิศมีปัญหาเรื่องเสียง แสง หรือความเป็นส่วนตัว จนส่งผลต่อสมาธิและการทำงาน 
  • เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เริ่มไม่เหมาะกับการใช้งาน ทั้งจากสภาพที่เสื่อมลงหรือไม่รองรับรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน
  • พื้นที่ไม่สามารถสะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ หรือวัฒนธรรมขององค์กรได้เหมือนเดิม โดยเฉพาะบริเวณที่ใช้ต้อนรับลูกค้า พาร์ตเนอร์ หรือผู้มาติดต่อ

บางปัญหาอาจแก้ได้ด้วยการปรับพื้นที่หรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เฉพาะจุด แต่หากหลายปัญหาเกิดขึ้นพร้อมกัน การวางแผนรีโนเวทออฟฟิศในภาพรวม จะช่วยให้องค์กรมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคน พื้นที่ การใช้งาน และจัดการต้นเหตุได้ดีกว่าการแก้ปัญหาทีละส่วน

7 เรื่องที่ควรวางแผนให้พร้อม ก่อนเริ่มรีโนเวทออฟฟิศ

7 เรื่องที่ควรวางแผนให้พร้อม ก่อนเริ่มรีโนเวทออฟฟิศ

เมื่อเห็นปัญหาของพื้นที่เดิมแล้ว ขั้นต่อไปคือการเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นแผนรีโนเวทที่นำไปใช้ได้จริง โดยควรพิจารณาตั้งแต่ผู้ใช้งานและความต้องการขององค์กร ไปจนถึงงบประมาณ พื้นที่ เฟอร์นิเจอร์ งานระบบ และแผนดำเนินงาน

1. จำนวนพนักงานและรูปแบบการทำงาน

ข้อมูลจำนวนพนักงานควรพิจารณาควบคู่กับรูปแบบการใช้งานพื้นที่ เพราะแต่ละทีมอาจมีลักษณะการทำงานและความถี่ในการเข้าออฟฟิศแตกต่างกัน

องค์กรที่มีรูปแบบการทำงานแบบผสมผสานอาจไม่จำเป็นต้องจัดพื้นที่จากจำนวนพนักงานทั้งหมดเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูจำนวนผู้ใช้งานจริงในแต่ละวัน รวมถึงกิจกรรมหลักที่เกิดขึ้น เช่น การทำงานส่วนบุคคล การประชุม การทำงานร่วมกัน และงานที่ต้องการสมาธิ

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถประเมินความต้องการของพื้นที่ได้แม่นยำขึ้น และเป็นพื้นฐานสำหรับการวางแผนในขั้นตอนต่อไป 

2. ปัญหาของพื้นที่เดิมและสิ่งที่ควรให้ความสำคัญก่อน

ก่อนกำหนดแนวทางการรีโนเวท ควรประเมินว่าพื้นที่เดิมมีข้อจำกัดในด้านใดบ้าง เช่น พื้นที่ทำงานไม่เพียงพอ ห้องประชุมมีขนาดไม่เหมาะกับการใช้งาน พื้นที่บางส่วนถูกใช้งานน้อย หรือมีปัญหาเรื่องเสียง แสง และความเป็นส่วนตัว

การระบุปัญหาให้ชัดเจนจะช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ควรปรับปรุง และหลีกเลี่ยงการใช้งบประมาณกับส่วนที่ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งานจริง

3. งบประมาณและขอบเขตการรีโนเวท

เมื่อทราบปัญหาและความต้องการของพื้นที่แล้ว จึงควรกำหนดงบประมาณและขอบเขตของการรีโนเวทให้สอดคล้องกัน

บางโครงการอาจจำเป็นต้องปรับทั้งพื้นที่ ขณะที่บางแห่งสามารถแก้ไขเฉพาะบางส่วนได้ เช่น การปรับผัง เปลี่ยนงานระบบ หรือปรับเฟอร์นิเจอร์บางประเภท การกำหนดขอบเขตให้ชัดตั้งแต่ต้นจะช่วยให้สามารถบริหารงบประมาณและวางแผนการดำเนินงานได้เหมาะสมมากขึ้น

4. การจัดสรรพื้นที่ให้สัมพันธ์กับกิจกรรม

ออฟฟิศหนึ่งแห่งประกอบด้วยกิจกรรมหลายรูปแบบ การรีโนเวทจึงเป็นโอกาสในการทบทวนว่าสัดส่วนของพื้นที่แต่ละประเภทเหมาะสมกับการใช้งานจริงหรือไม่

นอกจากพื้นที่ทำงานประจำ อาจต้องพิจารณาห้องประชุมหลายขนาด พื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกัน พื้นที่สำหรับประชุมออนไลน์ พื้นที่ที่ต้องการความเงียบ หรือพื้นที่ส่วนกลาง โดยเลือกให้เหมาะกับลักษณะการทำงานของแต่ละองค์กร

ตำแหน่งของแต่ละพื้นที่ควรสัมพันธ์กันด้วย เช่น พื้นที่ที่มีการสนทนาบ่อยควรแยกจากบริเวณที่ต้องการสมาธิ ขณะที่ห้องประชุมสำหรับบุคคลภายนอกอาจอยู่ใกล้ทางเข้าเพื่อลดการเดินผ่านพื้นที่ทำงานภายใน

5. ประเมินเฟอร์นิเจอร์เดิมก่อนตัดสินใจเปลี่ยนใหม่

การรีโนเวทออฟฟิศไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งหมด ควรประเมินก่อนว่าเฟอร์นิเจอร์เดิมชิ้นใดยังสามารถใช้งานต่อได้ ชิ้นใดสามารถซ่อมแซมหรือปรับปรุงสภาพ และชิ้นใดไม่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ใหม่แล้ว

การพิจารณาในลักษณะนี้ช่วยให้องค์กรใช้ทรัพยากรเดิมได้อย่างคุ้มค่า พร้อมลดการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ที่ยังสามารถใช้งานต่อได้

หากมีความจำเป็นต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์สำนักงานใหม่ ควรพิจารณาให้สัมพันธ์กับลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่ เช่น พื้นที่ทำงานที่มีการใช้งานต่อเนื่องควรเลือกโต๊ะและเก้าอี้ทำงาน ที่สามารถรองรับผู้ใช้งานได้เหมาะสม ทั้งในด้านสรีระ ความสะดวกในการปรับ และความทนทานต่อการใช้งานระยะยาว

6. งานระบบและสภาพแวดล้อมภายในพื้นที่

การเปลี่ยนผังหรือรูปแบบการใช้งานพื้นที่อาจส่งผลต่อระบบไฟฟ้า ระบบเครือข่าย แสงสว่าง ระบบปรับอากาศ และการควบคุมเสียง

ตัวอย่างเช่น หากเปลี่ยนพื้นที่เดิมเป็นห้องประชุม อาจต้องเพิ่มจุดเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์ประชุม ระบบภาพและเสียง หรือปรับการควบคุมเสียงเพื่อไม่ให้รบกวนพื้นที่ข้างเคียง

การวางแผนงานระบบควบคู่กับการออกแบบพื้นที่ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดการแก้ไขภายหลัง และทำให้พื้นที่สามารถรองรับการใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์

7. แผนดำเนินงานระหว่างการรีโนเวท

หากองค์กรยังต้องใช้ออฟฟิศระหว่างการปรับปรุง ควรวางแผนการดำเนินงานเป็นระยะ เพื่อให้การทำงานได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

อาจแบ่งพื้นที่ปรับปรุงทีละชั้นหรือทีละโซน พร้อมกำหนดพื้นที่ทำงานชั่วคราว ห้องประชุมที่ยังสามารถใช้งานได้ และทางเดินที่ปลอดภัยในแต่ละช่วง

การกำหนดลำดับการรื้อถอน ติดตั้ง และส่งมอบพื้นที่อย่างชัดเจน จะช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานต่อได้ตลอดโครงการ และลดความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรีโนเวท

รีโนเวทออฟฟิศให้ตอบโจทย์การทำงานกับร้อกเวิธ

ร้อกเวิธให้บริการโซลูชันพื้นที่ทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ การวางแผนและออกแบบสำนักงาน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน การผลิตและติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย

ด้วยความเชี่ยวชาญด้าน Workplace Solution ร้อกเวิธพร้อมช่วยองค์กรพัฒนาพื้นที่ทำงานให้รองรับรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานในระยะยาว

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้

  • LINE: @rockworth
  • Facebook: Rockworth
  • Tel. 02-123-8888

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรีโนเวทออฟฟิศ

จะรู้ได้อย่างไรว่าปัญหาที่เกิดขึ้นควรแก้ด้วยการรีโนเวท หรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ก็เพียงพอแล้ว?

หากปัญหาเกิดจากเฟอร์นิเจอร์บางส่วน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ หรืออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะกับการใช้งาน การเปลี่ยนเฉพาะจุดอาจช่วยแก้ปัญหาได้

แต่หากปัญหาเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยพร้อมกัน เช่น พื้นที่ไม่รองรับจำนวนผู้ใช้งาน ห้องประชุมไม่เพียงพอ การจัดผังไม่เหมาะกับรูปแบบการทำงาน หรือมีข้อจำกัดด้านเสียงและความเป็นส่วนตัว ควรวางแผนปรับพื้นที่โดยรวมผ่านการรีโนเวทออฟฟิศ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

หากพื้นที่ออฟฟิศมีจำกัด ควรจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่อย่างไร?

ควรเริ่มจากพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหลักและส่งผลต่อผู้ใช้งานมากที่สุด เช่น พื้นที่ทำงาน ห้องประชุม ระบบไฟฟ้า และระบบเครือข่าย

จากนั้นจึงพิจารณาพื้นที่สนับสนุนอื่น ๆ ตามลักษณะการใช้งาน เช่น พื้นที่พักผ่อนหรือพื้นที่สร้างบรรยากาศ โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งาน ความถี่ในการใช้งาน และกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้พื้นที่ที่มีอยู่รองรับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะคำนวณได้อย่างไรว่าควรมีห้องประชุมกี่ห้อง?

จำนวนห้องประชุมไม่ควรกำหนดจากจำนวนพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากรูปแบบการประชุมที่เกิดขึ้นจริง เช่น ความถี่ในการใช้งาน จำนวนผู้เข้าร่วม และลักษณะของกิจกรรม

หากองค์กรมีการประชุมกลุ่มเล็กเป็นประจำ การเพิ่มห้องประชุมขนาดเล็กหรือพื้นที่พูดคุยแบบไม่เป็นทางการ อาจตอบโจทย์มากกว่าการมีห้องประชุมขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ห้อง

ระหว่างรีโนเวทควรจัดพื้นที่ทำงานชั่วคราวอย่างไร?

พื้นที่ทำงานชั่วคราวควรวางแผนให้รองรับการทำงานได้ใกล้เคียงกับพื้นที่ปกติ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนโต๊ะนั่ง แต่ควรเตรียมสิ่งจำเป็น เช่น จุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ปลั๊กไฟ พื้นที่ประชุม และเส้นทางเข้าออก

การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้พนักงานยังสามารถทำงาน ประชุม และติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องระหว่างการรีโนเวท